การเมืองใหม่ เป็นแนวความคิดเรื่องระบบการเมืองใหม่สำหรับประเทศไทย ที่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ของระบบการเมืองในปัจจุบัน กล่าวคือ
- ปัญหาการเลือกตั้งที่มีการซื้อเสียงหรือการ”ลงทุน”ด้วยวงเงินสูงและเป็นไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งนำไปสู่การ”ถอนทุน”ด้วยการคอรัปชั่น
- ปัญหาการถ่วงดุลย์อำนาจอย่างเหมาะสมระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ
- ปัญหาองค์กรอิสระและระบบราชการที่ถูกแทรกแซงโดยฝ่ายการเมือง
- ปัญหาการบังคับใช้กฏหมายที่หย่อนยานและเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีอำนาจหรือเงิน
การแบ่งแยกอำนาจและองค์กรแห่งอำนาจ
ระบบ การแบ่งแยกอำนาจภายใต้ระบบการเมืองใหม่ แบ่งอำนาจออกเป็น 4 อำนาจ คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ และอำนาจกำกับตรวจสอบ โดยมีองค์กรแห่งอำนาจ คือ
สภานิติบัญญัติ มาจากการเลือกตั้ง เป็นองค์กรผู้ทรงอำนาจนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติกฏหมายที่ใช้ปกครองประเทศ ไม่มีอำนาจในการแต่งตั้ง ตรวจสอบ กำกับฝ่ายบริหาร แต่มีอำนาจในการตรวจสอบฝ่ายกำกับตรวจสอบ สมาชิกสภานิติบัญญัติอาจจะสังกัดหรือไม่สังกัดพรรคการเมืองก็ได้ และไม่มีฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
คณะรัฐมนตรี มาจากการแต่งตั้งโดยวุฒิสภา เป็นองค์กรผู้ทรงอำนาจบริหาร เสนอกฏหมายได้ แต่ไม่มีอำนาจยุบสภา คณะรัฐมนตรี มีหน้าที่ในการนำเสนอนโยบายและแนวทางในการบริหารประเทศเพื่อขอความเห็นจาก รัฐสภา (ที่ประชุมร่วมวุฒิสภาและสภานิติบัญญัติ) และสรุปผลการดำเนินงานทุกรอบ 6 เดือนเสนอต่อรัฐสภาเพื่อรับฝังความเห็น
ศาลสถิตยุติธรรม มาจากการแต่งตั้ง เป็นองค์การผู้ทรงอำนาจตุลาการ
วุฒิสภา มา จากการแต่งตั้งและเลือกตั้ง เป็นองค์กรผู้ทรงอำนาจ แต่งตั้ง กำกับ ตรวจสอบ ฝ่ายบริหาร และองค์กรอิสระอื่นๆ สามารถถอดถอนรัฐมนตรีได้ เสนอกฏหมายได้
การ แยกอำนาจนิติบัญญัติออกจากอำนาจบริหารค่อนข้างเด็ดขาด จะคล้ายคลึงกับระบบของสหรัฐอเมริกา สภานิติบัญญัติจะสามารถพิจารณาและอนุมัติกฏหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น เพราะไม่ต้องพะวงกับการต่อรองแลกผลประโยชน์กับฝ่ายบริหาร
นายก รัฐมนตรีจะได้รับการสรรหาจากบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ภาวะผู้นำ และคุณธรรม โดยวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบจากวุฒิสภา คณะรัฐมนตรีซึ่งรวมถึงนายกรัฐมนตรี จะถูกประเมินผลงานตามระยะเวลาที่กำหนด และอาจถูกถอดถอนได้โดยวุฒิสภา โดยการเสนอของวุฒิสมาชิก หรือการเข้าขึ่อของประชาชน ตามจำนวนที่กำหนด สถานะของนายกรัฐมนครีและคณะรัฐมนตรีจะเปลี่ยนจาก “ผู้ปกครอง” มาเป็น “ผู้บริหาร” ซึ่งดำเนินงานตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา
